<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	>

<channel>
	<title>CSN : CPE SKE News</title>
	<atom:link href="http://www.cpsk.info/csn/feed" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.cpsk.info/csn</link>
	<description>We love technology.</description>
	<pubDate>Fri, 05 Feb 2010 13:35:10 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.7</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>พบบั๊กใหม่ใน IE เปิดเผยทุกไฟล์ในเครื่อง</title>
		<link>http://www.cpsk.info/csn/archives/347</link>
		<comments>http://www.cpsk.info/csn/archives/347#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 05 Feb 2010 13:35:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Lancaster</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<category><![CDATA[ie]]></category>

		<category><![CDATA[security]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cpsk.info/csn/?p=347</guid>
		<description><![CDATA[
เมื่อสองวันก่อนไมโครซอฟท์ได้ปล่อยคำแนะนำด้านความ ปลอดภัย MSA-980088 ที่เปิดเผยบั๊กใหม่ของ IE นับแต่เวอร์ชั่นที่ 4  เป็นต้นมาว่ามีช่องโหว่ทำให้แฮกเกอร์สามารถเข้าถึงไฟล์ในเครื่องได้โดยมี เงื่อนไขบ้าง เช่น

ต้องเป็นไฟล์ที่แฮกเกอร์รู้ชื่อและที่อยู่ของไฟล์ล่วงหน้า
เบราเซอร์ต้องทำงานนอก Restricted Mode หรือ Protected Mode  (อันหลังมีเฉพาะ IE7/8)
แฮกกเกอร์จะมีสิทธิ์เท่าๆ กับผู้ใช้ที่กำลังใช้เบราเซอร์อยู่  (ใครไม่เข้าเป็น Administrator บ้าง?)

พร้อมๆ กับการเปิดเผยบั๊กนี้ก็มีทางแก้ออกมาพร้อมๆ กัน  แนะนำให้อัพเดตทันทีตาม ลิงก์นี้
ที่มา - ArsTechnica via lew@blognone
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="content">
<p>เมื่อสองวันก่อนไมโครซอฟท์ได้ปล่อยคำแนะนำด้านความ ปลอดภัย <a href="http://www.microsoft.com/technet/security/advisory/980088.mspx">MSA-980088</a> ที่เปิดเผยบั๊กใหม่ของ IE นับแต่เวอร์ชั่นที่ 4  เป็นต้นมาว่ามีช่องโหว่ทำให้แฮกเกอร์สามารถเข้าถึงไฟล์ในเครื่องได้โดยมี เงื่อนไขบ้าง เช่น</p>
<ul>
<li>ต้องเป็นไฟล์ที่แฮกเกอร์รู้ชื่อและที่อยู่ของไฟล์ล่วงหน้า</li>
<li>เบราเซอร์ต้องทำงานนอก Restricted Mode หรือ Protected Mode  (อันหลังมีเฉพาะ IE7/8)</li>
<li>แฮกกเกอร์จะมีสิทธิ์เท่าๆ กับผู้ใช้ที่กำลังใช้เบราเซอร์อยู่  (ใครไม่เข้าเป็น Administrator บ้าง?)</li>
</ul>
<p>พร้อมๆ กับการเปิดเผยบั๊กนี้ก็มีทางแก้ออกมาพร้อมๆ กัน  แนะนำให้อัพเดตทันที<a href="http://support.microsoft.com/kb/980088">ตาม ลิงก์นี้</a></p>
<p>ที่มา - <a href="http://arstechnica.com/microsoft/news/2010/02/microsoft-warns-of-ie-flaw-affecting-windows-xp-users.ars?utm_source=rss&amp;utm_medium=rss&amp;utm_campaign=rss">ArsTechnica</a> via <a href="http://www.blognone.com/node/14971">lew@blognone</a></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cpsk.info/csn/archives/347/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>บั๊๊กในมาตรฐาน TLS ถูกโจมตีแล้ว, Hacker สามารถขโมยรหัสผ่านแม้ใช้ HTTPS</title>
		<link>http://www.cpsk.info/csn/archives/345</link>
		<comments>http://www.cpsk.info/csn/archives/345#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 17 Nov 2009 05:52:21 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Lancaster</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[security]]></category>

		<category><![CDATA[https]]></category>

		<category><![CDATA[tls]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cpsk.info/csn/?p=345</guid>
		<description><![CDATA[
เพียงไม่กี่วันหลังจากพบบั๊กในมาตรฐาน TLS นักศึกษาจากตุรกีก็สามารถอาศัยช่องโหว่ดังกล่าวในการขโมยข้อมูล Cookie และข้อมูลการล็อกอินไปจากเจ้าของข้อมูลได้แล้ว
การโจมตีดังกล่าวอาศัยการแทรกข้อมูล HTTP GET ลงไปก่อนหน้าข้อมูลจริงของเหยื่อ ทำให้สามารถโอนข้อมูลจาก URL และค่าบัญชีผู้ใช้ของเหยื่อไปยังบัญชีผู้ใช้ของผู้โจมตีได้
รายงานดังกล่าวโจมตีเว็บที่ใช้ HTTP Basic Auth เช่น Twitter โดยผู้โจมตีสามารถขโมยทั้งชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านไปได้แม้จะใช้ HTTPS ก็ตามที
ระหว่างนี้ยังไม่มีมาตรการใดนอกจากการยกเลิกฟังก์ชั่น Renegotiating
ที่มา - SecureGoose, Educated Guesswork via lew@blognone
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="content">
<p>เพียงไม่กี่วันหลังจาก<a href="http://www.blognone.com/node/13817">พบบั๊กในมาตรฐาน TLS</a> นักศึกษาจากตุรกีก็สามารถอาศัยช่องโหว่ดังกล่าวในการขโมยข้อมูล Cookie และข้อมูลการล็อกอินไปจากเจ้าของข้อมูลได้แล้ว</p>
<p>การโจมตีดังกล่าวอาศัยการแทรกข้อมูล HTTP GET ลงไปก่อนหน้าข้อมูลจริงของเหยื่อ ทำให้สามารถโอนข้อมูลจาก URL และค่าบัญชีผู้ใช้ของเหยื่อไปยังบัญชีผู้ใช้ของผู้โจมตีได้</p>
<p>รายงานดังกล่าวโจมตีเว็บที่ใช้ HTTP Basic Auth เช่น Twitter โดยผู้โจมตีสามารถขโมยทั้งชื่อผู้ใช้และรหัสผ่านไปได้แม้จะใช้ HTTPS ก็ตามที</p>
<p>ระหว่างนี้ยังไม่มีมาตรการใดนอกจากการยกเลิกฟังก์ชั่น Renegotiating</p>
<p>ที่มา - <a href="http://www.securegoose.org/2009/11/tls-renegotiation-vulnerability-cve.html">SecureGoose</a>, <a href="http://www.educatedguesswork.org/2009/11/understanding_the_tls_renegoti.html">Educated Guesswork</a> via <a href="http://www.blognone.com/node/13941">lew@blognone</a></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cpsk.info/csn/archives/345/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ระวัง! Firefox 3.5 เสี่ยงต่อการถูกโจมตี</title>
		<link>http://www.cpsk.info/csn/archives/342</link>
		<comments>http://www.cpsk.info/csn/archives/342#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 16 Jul 2009 02:50:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Lancaster</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<category><![CDATA[firefox]]></category>

		<category><![CDATA[javascript]]></category>

		<category><![CDATA[mozilla]]></category>

		<category><![CDATA[security]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cpsk.info/csn/?p=342</guid>
		<description><![CDATA[
แม้ว่าจะออกมาได้ไม่นาน แต่ก็มีคนค้นพบข้อผิดพลาดร้ายแรงของ Firefox 3.5 ที่เกิดขึ้นกับการประมวลผลของ JavaScript แล้ว โดยข้อผิดพลาดนี้นั้นเกิดขึ้นจาก Tracemonkey ตัวประมวลผล JavaScript ตัวใหม่ที่เพิ่งจะมีเพิ่มในรุ่น 3.5 เองครับ
ข้อผิดพลาดดังกล่าวนี้สามารถใช้ให้รันโค้ดอื่นๆ ที่ผู้ใช้ไม่ได้สั่งได้ และยังมีโอกาสทำให้สูญเสียข้อมูลในหน่วยความจำอีกด้วย ซึ่งบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย Secunia นั้นให้ระดับความรุนแรงถึงขั้น Highly critical เลยทีเดียว (รายละเอียดดูได้ในรายงานของ Secunia)
ในขณะนี้นั้นยังไม่มีแพตช์แก้ไขใดๆ จาก Mozilla แต่เราสามารถแก้ไขชั่วคราวก่อนได้ง่ายๆ โดยปิดการทำงานการประมวลผล JavaScript แบบใหม่ด้วยการเข้าไปยังหน้า about:config และแก้ไข javascript.options.jit.content ให้เป็น false (แน่นอนว่าต้องแลกมาด้วยการประมวลผลที่ช้าลงเหมือนรุ่น 3.0) ส่วนผู้ใช้ Firefox รุ่นเก่าๆ นั้นคาดว่าจะยังไม่ได้รับผลกระทบครับ
ที่มา: pawinpawin@blognone via Secunia via The Washington Post, InformationWeek, Mozilla Security Blog
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="content">
<p>แม้ว่าจะออกมาได้ไม่นาน แต่ก็มีคนค้นพบข้อผิดพลาดร้ายแรงของ Firefox 3.5 ที่เกิดขึ้นกับการประมวลผลของ JavaScript แล้ว โดยข้อผิดพลาดนี้นั้นเกิดขึ้นจาก Tracemonkey ตัวประมวลผล JavaScript ตัวใหม่ที่เพิ่งจะมีเพิ่มในรุ่น 3.5 เองครับ</p>
<p>ข้อผิดพลาดดังกล่าวนี้สามารถใช้ให้รันโค้ดอื่นๆ ที่ผู้ใช้ไม่ได้สั่งได้ และยังมีโอกาสทำให้สูญเสียข้อมูลในหน่วยความจำอีกด้วย ซึ่งบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัย Secunia นั้นให้ระดับความรุนแรงถึงขั้น Highly critical เลยทีเดียว (รายละเอียดดูได้ใน<a href="http://secunia.com/advisories/35798/">รายงานของ Secunia</a>)</p>
<p>ในขณะนี้นั้นยังไม่มีแพตช์แก้ไขใดๆ จาก Mozilla แต่<strong>เราสามารถแก้ไขชั่วคราวก่อนได้ง่ายๆ โดยปิดการทำงานการประมวลผล JavaScript แบบใหม่ด้วยการเข้าไปยังหน้า <span style="color: #ff0000;">about:config และแก้ไข javascript.options.jit.content ให้เป็น false</span></strong> (แน่นอนว่าต้องแลกมาด้วยการประมวลผลที่ช้าลงเหมือนรุ่น 3.0) ส่วนผู้ใช้ Firefox รุ่นเก่าๆ นั้นคาดว่าจะยังไม่ได้รับผลกระทบครับ</p>
<p>ที่มา: <a href="http://www.blognone.com/node/12404">pawinpawin@blognone</a> via <a href="http://secunia.com/advisories/35798/">Secunia</a> via <a href="http://voices.washingtonpost.com/securityfix/2009/07/stopgap_fix_for_critical_firef.html?wprss=securityfix">The Washington Post</a>, <a href="http://www.informationweek.com/news/internet/security/showArticle.jhtml?articleID=218500486&amp;cid=RSSfeed_TechWeb">InformationWeek</a>, <a href="http://blog.mozilla.com/security/2009/07/14/critical-javascript-vulnerability-in-firefox-35/">Mozilla Security Blog</a></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cpsk.info/csn/archives/342/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Sun จัดแข่งขัน Open Jive Challenge 2009</title>
		<link>http://www.cpsk.info/csn/archives/340</link>
		<comments>http://www.cpsk.info/csn/archives/340#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 05 May 2009 09:47:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Lancaster</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cpsk.info/csn/?p=340</guid>
		<description><![CDATA[
บริษัท Sun Microsystems จัดแข่งขันประกวดออกแบบแอพพลิเคชั่น Web 2.0 ในชื่อ Open Jive Challenge 2009 เป็นการแข่งขันทดสอบความรู้ความสามารถทางด้านไอทีสำหรับนักศึกษาในระดับ มหาวิทยาลัย วิทยาลัย และวิทยาลัยอาชีวศึกษา เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมแอพพลิเคชั่น Web 2.0 ในแบบโอเพ่นซอร์ส เพื่อใช้งานในเชิงธุรกิจหรือใช้งานระดับประเทศและเป็นตัวแทนไปแข่งในระดับ ภูมิภาค
ผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมการแข่งขัน Open Jive Challenge โดยรวมทีม 3 คน แล้วสมัครได้ที่ http://th.sun.com/openjive ภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2552
ทีมต่างๆ ที่เข้าร่วมการแข่งขันจะได้รับการพิจารณาตัดสินผลงานโดยดูจากนวัตกรรมของผล งานและการสร้างสรรค์ การใช้งานเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ คุณค่าและการใช้งานได้จริงในเชิงพาณิชย์
ทีมชนะเลิศและรองชนะเลิศของประเทศไทยจะได้รับเงินรางวัลรวม 100,000 บาท พร้อมทั้งของรางวัลอื่นๆ และจะได้สิทธิรับเชิญเข้าร่วมการแข่งขันในระดับภูมิภาค เพื่อชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 3,000 ดอลล่าร์สหรัฐ ตลอดจนเข้าร่วมการสัมมนานักพัฒนาซอฟต์แวร์ระดับโลกของซันในงาน Sun Tech Days in 2009/2010 อีกด้วย
รายละเอียดการแข่งขันสามารถอ่านได้ที่ คู่มือการแข่งขัน (ภาษาไทย)
ที่มา Open Jive [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img src="http://upic.me/i/al/keyvusualforpressrelease.jpg" alt="Open Jive Challenge 2009" /></p>
<p>บริษัท Sun Microsystems จัดแข่งขันประกวดออกแบบแอพพลิเคชั่น Web 2.0 ในชื่อ Open Jive Challenge 2009 เป็นการแข่งขันทดสอบความรู้ความสามารถทางด้านไอทีสำหรับนักศึกษาในระดับ มหาวิทยาลัย วิทยาลัย และวิทยาลัยอาชีวศึกษา เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรมแอพพลิเคชั่น Web 2.0 ในแบบโอเพ่นซอร์ส เพื่อใช้งานในเชิงธุรกิจหรือใช้งานระดับประเทศและเป็นตัวแทนไปแข่งในระดับ ภูมิภาค</p>
<p>ผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมการแข่งขัน Open Jive Challenge โดย<strong>รวมทีม 3 คน</strong> แล้วสมัครได้ที่ <a href="http://th.sun.com/openjive">http://th.sun.com/openjive</a> <strong>ภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2552</strong></p>
<p>ทีมต่างๆ ที่เข้าร่วมการแข่งขันจะได้รับการพิจารณาตัดสินผลงานโดยดูจากนวัตกรรมของผล งานและการสร้างสรรค์ การใช้งานเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ คุณค่าและการใช้งานได้จริงในเชิงพาณิชย์</p>
<p>ทีมชนะเลิศและรองชนะเลิศของประเทศไทยจะได้รับเงินรางวัลรวม 100,000 บาท พร้อมทั้งของรางวัลอื่นๆ และจะได้สิทธิรับเชิญเข้าร่วมการแข่งขันในระดับภูมิภาค เพื่อชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 3,000 ดอลล่าร์สหรัฐ ตลอดจนเข้าร่วมการสัมมนานักพัฒนาซอฟต์แวร์ระดับโลกของซันในงาน Sun Tech Days in 2009/2010 อีกด้วย</p>
<p>รายละเอียดการแข่งขันสามารถอ่านได้ที่ <a href="http://th.sun.com/sunnews/events/2009/openjiveTH/files/2009_Briefing_Book_TH.pdf">คู่มือการแข่งขัน (ภาษาไทย)</a></p>
<p>ที่มา <a href="http://th.sun.com/openjive">Open Jive Challenge 2009</a> via <a href="http://www.blognone.com/node/11509">blognone</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cpsk.info/csn/archives/340/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Windows 7 จะมาพร้อมกับ Windows XP</title>
		<link>http://www.cpsk.info/csn/archives/337</link>
		<comments>http://www.cpsk.info/csn/archives/337#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 26 Apr 2009 11:02:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Lancaster</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cpsk.info/csn/?p=337</guid>
		<description><![CDATA[
หนึ่งในปัญหาใหญ่ที่ทำให้การอัพเกรดจาก Windows XP ไปเป็น Windows Vista นั้นเป็นไปได้อย่างล่าช้าคือเรื่องความเข้ากันได้ของซอฟท์แวร์โดยเฉพาะอย่าง ยิ่งสำหรับสำนักงาน แน่นอนว่าถ้าหากไว้เป็นแบบนี้ต่อไป Windows 7 ก็คงจะต้องพบกับปัญหาเดียวกัน
เมื่อเดือนที่ผ่านมา บล็อกเกอร์ชื่อดังสองคน Rafael Rivera และ Paul Thurrott ได้ถูกเชิญจากทางไมโครซอฟท์ให้ทดสอบ &#8220;ฟีเจอร์ลับ&#8221; อันหนึ่งที่จะมีใน Windows 7 ตัวเต็ม ซึ่งจะนำมาใช้แก้ไขปัญหาที่ว่านั้น ในวันนี้ก็บล็อกเกอร์ทั้งสองก็ประกาศออกมาว่า &#8220;ฟีเจอร์&#8221; ที่ว่านี้คือ Windows XP Mode for Windows 7
การทำงานของ Windows XP Mode for Windows 7 นั้นจะเป็นการรัน Windows XP ตัวเต็มอยู่ใน Virtual PC 7 (จำเป็นจะต้องใช้ CPU ที่มีการสนับสนุน virtualization) แต่จะแชร์ desktop ร่วมกันกับ host [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="content">
<p>หนึ่งในปัญหาใหญ่ที่ทำให้การอัพเกรดจาก Windows XP ไปเป็น Windows Vista นั้นเป็นไปได้อย่างล่าช้าคือเรื่องความเข้ากันได้ของซอฟท์แวร์โดยเฉพาะอย่าง ยิ่งสำหรับสำนักงาน แน่นอนว่าถ้าหากไว้เป็นแบบนี้ต่อไป Windows 7 ก็คงจะต้องพบกับปัญหาเดียวกัน</p>
<p>เมื่อเดือนที่ผ่านมา บล็อกเกอร์ชื่อดังสองคน <a href="http://www.withinwindows.com/">Rafael Rivera</a> และ <a href="http://www.winsupersite.com/">Paul Thurrott</a> ได้ถูกเชิญจากทางไมโครซอฟท์ให้ทดสอบ &#8220;ฟีเจอร์ลับ&#8221; อันหนึ่งที่จะมีใน Windows 7 ตัวเต็ม ซึ่งจะนำมาใช้แก้ไขปัญหาที่ว่านั้น ในวันนี้ก็บล็อกเกอร์ทั้งสองก็ประกาศออกมาว่า &#8220;ฟีเจอร์&#8221; ที่ว่านี้คือ <strong>Windows XP Mode for Windows 7</strong></p>
<p>การทำงานของ Windows XP Mode for Windows 7 นั้นจะเป็นการรัน Windows XP ตัวเต็มอยู่ใน Virtual PC 7 (จำเป็นจะต้องใช้ CPU ที่มีการสนับสนุน virtualization) แต่จะแชร์ desktop ร่วมกันกับ host โปรแกรมที่ลงเพิ่มเติมหรือไฟล์ใหม่ที่สร้างใน XP Mode นี้จะไปอยู่ในตัวเครื่องของ host ให้เองโดยอัตโนมัติ</p>
<p>เจ้าตัว Windows XP Mode for Windows 7 นี้มาพร้อมกับ Windows XP SP3 ตัวเต็มพร้อม activate มาให้เรียบร้อย โดยเปิดให้ดาวน์โหลด<strong>ฟรี</strong>สำหรับ ผู้ใช้ Windows 7 รุ่น Professional, Enterprise และ Ultimate ผ่านทางเว็บไซต์ของไมโครซอฟท์ในวันที่ Windows วางตลาด สำหรับคนที่อยากชมหน้าตา สามารถไปดูได้ใน gallery ของ <a href="http://www.winsupersite.com/win7/xp_mode_pre_shots.asp">SuperSite</a> ครับ</p>
<p><strong>ที่มา</strong>: <a href="http://www.withinwindows.com/2009/04/24/secret-no-more-revealing-windows-xp-mode-for-windows-7/">Within Windows</a>, <a href="http://community.winsupersite.com/blogs/paul/archive/2009/04/24/secret-no-more-revealing-virtual-windows-xp-for-windows-7.aspx">SuperSite</a> via <a href="http://www.blognone.com/node/11424">sirn@blognone</a></p>
<p><strong>เพิ่มเติม</strong>: ไมโครซอฟท์<a href="http://windowsteamblog.com/blogs/business/archive/2009/04/24/coming-soon-windows-xp-mode-and-windows-virtual-pc.aspx">ประกาศอย่างเป็นทางการ</a>แล้วครับ (ขอบคุณคุณ nuntawat)</div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cpsk.info/csn/archives/337/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Yahoo! ประกาศปิดฟรีโฮสติ้ง GeoCities</title>
		<link>http://www.cpsk.info/csn/archives/335</link>
		<comments>http://www.cpsk.info/csn/archives/335#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 26 Apr 2009 10:59:28 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Lancaster</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cpsk.info/csn/?p=335</guid>
		<description><![CDATA[Yahoo! ประกาศว่าจะทำการปิดตัวบริการฟรีโฮสติ้ง GeoCities โดยในขณะนี้ Yahoo! ได้ทำการปิดไม่ให้มีการสมัครสมาชิกใหม่ไปแล้ว และระบุว่าจะทำการปิดตัวบริการโฮสติ้งภายในปีนี้
Yahoo! จะพยายามให้ผู้ใช้ GeoCities ย้ายไปใช้บริการโฮสต์จ่ายเงินของ Yahoo! แต่ในความเป็นจริงแล้ว ตอนนี้มีฟรีโฮสติ้งอื่นๆมากมายที่เกิดขึ้นมาตามหลัง GeoCities ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกบริการฟรีโฮสติ้งในยุค web 1.0
GeoCities นั้นก่อตั้งในปี 1994 แล้วถูก Yahoo! ซื้อไปในปี 1999 ในราคา $2.89 พันล้าน โดยเหตผลในการปิดคาดว่าเป็นเพราะ GeoCities ไม่สามารถขยับตัวไปเป็นผู้ให้บริการโฮสติ้ง web 2.0 เพื่อไปสู้กับคู่แข่งอื่นๆได้ เป็นผลให้มีผู้เข้าชมเว็บน้อยลงถึง 24% ในเวลาครึ่งปี
ที่มา - Yahoo!, TechCrunch via tr@blognone
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>Yahoo! ประกาศว่าจะทำการปิดตัวบริการฟรีโฮสติ้ง GeoCities โดยในขณะนี้ Yahoo! ได้ทำการปิดไม่ให้มีการสมัครสมาชิกใหม่ไปแล้ว และระบุว่าจะทำการปิดตัวบริการโฮสติ้งภายในปีนี้</p>
<p>Yahoo! จะพยายามให้ผู้ใช้ GeoCities ย้ายไปใช้บริการโฮสต์จ่ายเงินของ Yahoo! แต่ในความเป็นจริงแล้ว ตอนนี้มีฟรีโฮสติ้งอื่นๆมากมายที่เกิดขึ้นมาตามหลัง GeoCities ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกบริการฟรีโฮสติ้งในยุค web 1.0</p>
<p>GeoCities นั้นก่อตั้งในปี 1994 แล้วถูก Yahoo! ซื้อไปในปี 1999 ในราคา $2.89 พันล้าน โดยเหตผลในการปิดคาดว่าเป็นเพราะ GeoCities ไม่สามารถขยับตัวไปเป็นผู้ให้บริการโฮสติ้ง web 2.0 เพื่อไปสู้กับคู่แข่งอื่นๆได้ เป็นผลให้มีผู้เข้าชมเว็บน้อยลงถึง 24% ในเวลาครึ่งปี</p>
<p>ที่มา - <a href="http://help.yahoo.com/l/us/yahoo/geocities/geocities-05.html">Yahoo!</a>, <a href="http://www.techcrunch.com/2009/04/23/yahoo-quietly-pulls-the-plug-on-geocities/">TechCrunch</a> via <a href="http://www.blognone.com/node/11414">tr@blognone</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cpsk.info/csn/archives/335/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Google โชว์เซิร์ฟเวอร์สำหรับศูนย์ข้อมูลของตนเป็นครั้งแรก</title>
		<link>http://www.cpsk.info/csn/archives/332</link>
		<comments>http://www.cpsk.info/csn/archives/332#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 03 Apr 2009 04:23:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Lancaster</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Hardware]]></category>

		<category><![CDATA[data  center]]></category>

		<category><![CDATA[google]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cpsk.info/csn/?p=332</guid>
		<description><![CDATA[
เป็นที่รู้กันว่าเซิร์ฟเวอร์ของกูเกิลนั้นมากมาย หมาศาลถึงหลักแสนเครื่อง แม้จะไม่มีใครรู้จำนวนที่แท้จริงเพราะเป็นความลับทางการค้า แต่สิ่งหนึ่งที่หลายคนสงสัยกันคือกูเกิลทำอย่างไรให้ประสิทธิภาพของศูนย์ ข้อมูลของตนนั้นสูงที่สุด และเมื่อวานนี้กูเกิลก็ได้แสดงเซิร์ฟเวอร์ของตนพร้อมรายละเอียดคร่าวๆ ในการออกแบบให้กับนักข่าวได้ชมกันเป็นครั้งแรก
เซิร์ฟเวอร์ของกูเกิลนั้นใช้ชิปจากทั้งอินเทลและเอเอ็มดีในเมนบอร์ดที่มี ขนาดค่อนข้างเล็ก ความกว้างประมาณ Micro-ATX แต่ลึกกว่า โดยใส่ซีพียูได้สองตัวและแรมอีก 8 แถวกับฮาร์ดิสก์อีกสองลูก ตัวเมนบอร์ดนั้นผลิตโดยบริษัท Gigabyte นั่นเอง
ประเด็นที่น่าสนใจที่มีการเปิดเผยออกมาคือ

เซิร์ฟเวอร์ทุกตัวมีแบตเตอรี่ของตัวเอง เป็นแบบตะกั่วกรด 12 โวลต์ธรรมดาที่เราเห็นๆ กัน โดยกูเกิลระบุว่าแบตเตอรี่แบบนี้มีประสิทธิภาพถึงร้อยละ 99.9 ขณะที่ UPS ขนาดใหญ่ๆ นั้นไม่เกินร้อยละ 95 เท่านั้น
เซิร์ฟเวอร์มีขนาดเล็ก แต่ความสูง 2U มาตรฐาน เวลาส่งทีจะส่งเป็นตู่คอนเทนเนอร์ ตู้หนึ่งบรรจุได้ 1,160 เครื่อง กินไฟต่างกันไปแล้วแต่รุ่นแต่ไม่เกิน 250 กิโลวัตต์
ตัวจ่ายไฟของเซิร์ฟเวอร์นั้นต้องการไฟ 12 โวลต์อย่างเดียว โดยมีตัวแปลงโวลต์ให้เป็น 5 โวลต์ในตัวเพื่อประสิทธิภาพการส่งพลังงาน

ผมลองแกะสเปคจากภาพแล้วเหมือนเน็ตเวิร์คจะต่อกันด้วย InfiniBand นะ
ที่มา - C&#124;Net via lew@blognone
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="content">
<p>เป็นที่รู้กันว่าเซิร์ฟเวอร์ของกูเกิลนั้นมากมาย หมาศาลถึงหลักแสนเครื่อง แม้จะไม่มีใครรู้จำนวนที่แท้จริงเพราะเป็นความลับทางการค้า แต่สิ่งหนึ่งที่หลายคนสงสัยกันคือกูเกิลทำอย่างไรให้ประสิทธิภาพของศูนย์ ข้อมูลของตนนั้นสูงที่สุด และเมื่อวานนี้กูเกิลก็ได้แสดงเซิร์ฟเวอร์ของตนพร้อมรายละเอียดคร่าวๆ ในการออกแบบให้กับนักข่าวได้ชมกันเป็นครั้งแรก</p>
<p>เซิร์ฟเวอร์ของกูเกิลนั้นใช้ชิปจากทั้งอินเทลและเอเอ็มดีในเมนบอร์ดที่มี ขนาดค่อนข้างเล็ก ความกว้างประมาณ Micro-ATX แต่ลึกกว่า โดยใส่ซีพียูได้สองตัวและแรมอีก 8 แถวกับฮาร์ดิสก์อีกสองลูก ตัวเมนบอร์ดนั้นผลิตโดยบริษัท Gigabyte นั่นเอง</p>
<p>ประเด็นที่น่าสนใจที่มีการเปิดเผยออกมาคือ</p>
<ol>
<li>เซิร์ฟเวอร์ทุกตัวมีแบตเตอรี่ของตัวเอง เป็นแบบตะกั่วกรด 12 โวลต์ธรรมดาที่เราเห็นๆ กัน โดยกูเกิลระบุว่าแบตเตอรี่แบบนี้มีประสิทธิภาพถึงร้อยละ 99.9 ขณะที่ UPS ขนาดใหญ่ๆ นั้นไม่เกินร้อยละ 95 เท่านั้น</li>
<li>เซิร์ฟเวอร์มีขนาดเล็ก แต่ความสูง 2U มาตรฐาน เวลาส่งทีจะส่งเป็นตู่คอนเทนเนอร์ ตู้หนึ่งบรรจุได้ 1,160 เครื่อง กินไฟต่างกันไปแล้วแต่รุ่นแต่ไม่เกิน 250 กิโลวัตต์</li>
<li>ตัวจ่ายไฟของเซิร์ฟเวอร์นั้นต้องการไฟ 12 โวลต์อย่างเดียว โดยมีตัวแปลงโวลต์ให้เป็น 5 โวลต์ในตัวเพื่อประสิทธิภาพการส่งพลังงาน</li>
</ol>
<p>ผมลองแกะสเปคจากภาพแล้วเหมือนเน็ตเวิร์คจะต่อกันด้วย <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/InfiniBand">InfiniBand</a> นะ</p>
<p>ที่มา - <a href="http://news.cnet.com/8301-1001_3-10209580-92.html">C|Net</a> via <a href="http://www.blognone.com/node/11243">lew@blognone</a></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cpsk.info/csn/archives/332/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>Zune 30 GB หยุดทำงานพร้อมกันอย่างลึกลับ</title>
		<link>http://www.cpsk.info/csn/archives/330</link>
		<comments>http://www.cpsk.info/csn/archives/330#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 01 Jan 2009 06:22:20 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Lancaster</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<category><![CDATA[gadget]]></category>

		<category><![CDATA[leap year]]></category>

		<category><![CDATA[zune]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cpsk.info/csn/?p=330</guid>
		<description><![CDATA[
มีรายงานจากผู้ใช้เครื่องเล่น Zune รุ่น 30 GB ของไมโครซอฟท์หลายรายพร้อมกันว่าเครื่องรุ่นนี้หยุดทำงานโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยอาการของเครื่องคือจะค้างที่หน้าจอขณะบูต และไม่ตอบสนองต่อการกดปุ่มใดๆ ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงเพลงที่อยู่ข้างในเครื่องได้เลย
ผู้ใช้หลายรายคาดว่าน่าจะเป็นจากตัวซอฟต์แวร์ภายใน โดยเรียกปัญหาที่เกิดขึ้นว่า Zune Y2K9 และเชื่อว่าปัญหานี้เกิดจากการคำนวณวันในเครื่องผิดพลาด (ปีนี้มี 366 วัน) จึงทำให้เกิดปัญหาดังกล่าวในช่วงรอยต่อวันที่ 365 และ 366
อย่างไรก็ตามไม่มีรายงานใดๆ จากไมโครซอฟท์ เนื่องจากหยุดปีใหม่
ที่มา: Engadget, Gizmodo
Update: ทีมงานไมโครซอฟท์รับทราบและกำลังดำเนินการแก้ไขแล้วครับ
Update2: ไมโครซอฟท์ได้ออกมาให้คำแนะนำว่าให้งดใช้ 1 วันแล้วรอถึงวันที่ 1/1/2009 ค่อยใช้งานใหม่ครับ
ที่มา: pawinpawin@blognone
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="content">
<p>มีรายงานจากผู้ใช้เครื่องเล่น Zune รุ่น 30 GB ของไมโครซอฟท์หลายรายพร้อมกันว่าเครื่องรุ่นนี้หยุดทำงานโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยอาการของเครื่องคือจะค้างที่หน้าจอขณะบูต และไม่ตอบสนองต่อการกดปุ่มใดๆ ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงเพลงที่อยู่ข้างในเครื่องได้เลย</p>
<p>ผู้ใช้หลายรายคาดว่าน่าจะเป็นจากตัวซอฟต์แวร์ภายใน โดยเรียกปัญหาที่เกิดขึ้นว่า Zune Y2K9 และเชื่อว่าปัญหานี้เกิดจากการคำนวณวันในเครื่องผิดพลาด (ปีนี้มี 366 วัน) จึงทำให้เกิดปัญหาดังกล่าวในช่วงรอยต่อวันที่ 365 และ 366</p>
<p>อย่างไรก็ตามไม่มีรายงานใดๆ จากไมโครซอฟท์ เนื่องจากหยุดปีใหม่</p>
<p>ที่มา: <a href="http://www.engadget.com/2008/12/31/30gb-zunes-mysteriously-begin-to-fail-at-12am-december-31st/">Engadget</a>, <a href="http://gizmodo.com/5121311/30gb-zunes-failing-everywhere-all-at-once">Gizmodo</a></p>
<p><strong>Update:</strong> ทีมงานไมโครซอฟท์รับทราบและ<a href="http://www.zune.net/en-US/support/default.htm">กำลังดำเนินการแก้ไข</a>แล้วครับ<br />
<strong>Update2:</strong> ไมโครซอฟท์ได้<a href="http://www.zune.net/en-us/support/zune30.htm">ออกมาให้คำแนะนำ</a>ว่าให้งดใช้ 1 วันแล้วรอถึงวันที่ 1/1/2009 ค่อยใช้งานใหม่ครับ</p>
<p>ที่มา: <a href="http://www.blognone.com/node/10188">pawinpawin@blognone</a></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cpsk.info/csn/archives/330/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>ยอดขาย Laptop ทั่วโลกแซงหน้า Desktop แล้ว</title>
		<link>http://www.cpsk.info/csn/archives/328</link>
		<comments>http://www.cpsk.info/csn/archives/328#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 30 Dec 2008 05:19:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Lancaster</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Uncategorized]]></category>

		<category><![CDATA[desktop]]></category>

		<category><![CDATA[laptop]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cpsk.info/csn/?p=328</guid>
		<description><![CDATA[
ยอดจำหน่ายโน้ตบุ๊คในประเทศพัฒนาแล้วหลายประเทศ เช่นสหรัฐอเมริกา ได้นำหน้าคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ (Desktop) ไปสักพักแล้ว และในตอนนี้เมื่อคิดรวมทั้งโลก ยอดจำหน่ายของโน้ตบุ๊คนั้นนำหน้าคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะแล้วครับ
iSuppli ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยด้านการตลาดของอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์รายงานผ่านสำนักข่าว รอยเตอร์สว่า ยอดจำหน่ายของโน้ตบุ๊คทั่วโลกในปัจจุบันนั้นเพิ่มขึ้นเกือบ 40% จนในปัจจุบันอยู่ที่ 38.6 ล้านเครื่อง เมื่อเทียบกับเครื่องตั้งโต๊ะที่ลดลง 1.3% เหลือ 38.5 ล้านเครื่อง และเมื่อคิดโดยรวมแล้ว ตลาดคอมพิวเตอร์ในไตรมาสนี้นั้นขายไปได้ 79 ล้านเครื่อง โดยคาดการณ์ว่าตลาดคอมพิวเตอร์จะโตขึ้นอีก 4.3% ในปีหน้า
สำหรับผู้ผลิตที่จำหน่ายคอมพิวเตอร์ได้มากที่สุดคือ HP (14.9 ล้านเครื่อง), Dell และ Acer ตามลำดับ (แอปเปิลนั้นอยู่ที่อันดับ 7)
จะว่าไปแล้วเดี๋ยวนี้ผมก็ไม่ค่อยเห็นคนรอบข้างซื้อคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะมาใช้สักเท่าไหร่นะครับ
ที่มา: Reuters ผ่าน Yahoo News ผ่าน internohellion@blognone
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<div class="content">
<p>ยอดจำหน่ายโน้ตบุ๊คในประเทศพัฒนาแล้วหลายประเทศ เช่นสหรัฐอเมริกา ได้นำหน้าคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ (Desktop) ไปสักพักแล้ว และในตอนนี้เมื่อคิดรวมทั้งโลก ยอดจำหน่ายของโน้ตบุ๊คนั้นนำหน้าคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะแล้วครับ</p>
<p>iSuppli ซึ่งเป็นบริษัทวิจัยด้านการตลาดของอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์รายงานผ่านสำนักข่าว รอยเตอร์สว่า ยอดจำหน่ายของโน้ตบุ๊คทั่วโลกในปัจจุบันนั้นเพิ่มขึ้นเกือบ 40% จนในปัจจุบันอยู่ที่ 38.6 ล้านเครื่อง เมื่อเทียบกับเครื่องตั้งโต๊ะที่ลดลง 1.3% เหลือ 38.5 ล้านเครื่อง และเมื่อคิดโดยรวมแล้ว ตลาดคอมพิวเตอร์ในไตรมาสนี้นั้นขายไปได้ 79 ล้านเครื่อง โดยคาดการณ์ว่าตลาดคอมพิวเตอร์จะโตขึ้นอีก 4.3% ในปีหน้า</p>
<p>สำหรับผู้ผลิตที่จำหน่ายคอมพิวเตอร์ได้มากที่สุดคือ HP (14.9 ล้านเครื่อง), Dell และ Acer ตามลำดับ (แอปเปิลนั้นอยู่ที่อันดับ 7)</p>
<p>จะว่าไปแล้วเดี๋ยวนี้ผมก็ไม่ค่อยเห็นคนรอบข้างซื้อคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะมาใช้สักเท่าไหร่นะครับ</p>
<p>ที่มา: <a href="http://www.reuters.com/article/marketsNews/idINN2354946820081223">Reuters</a> ผ่าน <a href="http://tech.yahoo.com/news/nm/20081223/tc_nm/us_isuppli_pcs">Yahoo News</a> ผ่าน <a href="http://www.blognone.com/node/10142">internohellion@blognone</a></div>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cpsk.info/csn/archives/328/feed</wfw:commentRss>
		</item>
		<item>
		<title>อย่าบอก Happy New Year เร็วเกินไป ปีนี้นานขึ้นอีก 1 วิ</title>
		<link>http://www.cpsk.info/csn/archives/324</link>
		<comments>http://www.cpsk.info/csn/archives/324#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 30 Dec 2008 05:15:00 +0000</pubDate>
		<dc:creator>Lancaster</dc:creator>
		
		<category><![CDATA[Other]]></category>

		<category><![CDATA[leap]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.cpsk.info/csn/?p=324</guid>
		<description><![CDATA[The International Earth Rotation and Reference Systems Service ได้ออกมาประกาศว่าในปีนี้จะต้องมีการเพิ่มหนึ่งวินาทีเข้าไปในวันสุดท้ายของ ปีก่อนจะนับขึ้นปีใหม่ นั่นหมายความว่าปีนี้จะนานกว่าปีอื่นขึ้นอีก 1 วินาที
เพราะฉะนั้น อย่าเพิ่งบอก Happy New Year ใคร ณ เวลา 23:59:59 แต่ให้บอกเวลา 23:59:60 แทน หลังจากนั้น วินาทีถัดไปจะกลายเป็น 00:00:00
สาเหตุของการที่ต้องเพิ่มเข้าไปอีก 1 วินาทีนั้น เกิดจากความเร็วในการหมุนรอบตัวของโลก รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถอ่านได้บน Wikipedia ครับ
การเพิ่ม Leap Second หรือเพิ่มวินาทีเข้าไปในปีไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร และทำกันมาหลายรอบแล้ว โดยครั้งล่าสุดคือเมื่อปลายปี 2005
ที่มา - Slashdot via internohellion@blognone
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>The International Earth Rotation and Reference Systems Service ได้ออกมาประกาศว่าในปีนี้จะต้องมีการเพิ่มหนึ่งวินาทีเข้าไปในวันสุดท้ายของ ปีก่อนจะนับขึ้นปีใหม่ นั่นหมายความว่าปีนี้จะนานกว่าปีอื่นขึ้นอีก 1 วินาที</p>
<p>เพราะฉะนั้น อย่าเพิ่งบอก Happy New Year ใคร ณ เวลา 23:59:59 แต่ให้บอกเวลา 23:59:60 แทน หลังจากนั้น วินาทีถัดไปจะกลายเป็น 00:00:00</p>
<p>สาเหตุของการที่ต้องเพิ่มเข้าไปอีก 1 วินาทีนั้น เกิดจากความเร็วในการหมุนรอบตัวของโลก รายละเอียดเพิ่มเติมสามารถอ่านได้บน <a href="http://en.wikipedia.org/wiki/Leap_second">Wikipedia</a> ครับ</p>
<p>การเพิ่ม Leap Second หรือเพิ่มวินาทีเข้าไปในปีไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร และทำกันมาหลายรอบแล้ว โดยครั้งล่าสุดคือเมื่อปลายปี 2005</p>
<p>ที่มา - <a href="http://news.slashdot.org/article.pl?sid=08/12/29/0216214">Slashdot</a> via <a href="http://www.blognone.com/node/10177">internohellion@blognone</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.cpsk.info/csn/archives/324/feed</wfw:commentRss>
		</item>
	</channel>
</rss>
